Mail App vs. Web Mail อะไรเจ๋งกว่ากัน ?

คุณใช้งาน Email แบบไหนเป็นประจำอยู่

View Results

Loading ... Loading ...

โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่มีประสบการณ์การใช้งาน Email ผ่านโทรศัพท์มือถือมานานครับ ตั้งแต่สมัยแรกๆ (ประมาณ 10 ปีที่แล้ว) โดยสมัยนั้นบริการ Email ที่จะสามารถใช้งานผ่านมือถือได้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกเมล์บริษัทต่างๆ เท่านั้น ถ้าเป็นพวกผู้ให้บริการฟรี Email เช่น Hotmail, Yahoo! หรือ Gmail (สมัยนั้นยังไม่เกิด) จะรองรับการใช้งานผ่านทาง Web Browser ที่ใช้บน Computer เท่านั้น

ที่เกริ่นมานี่ไม่ใช่อะไรครับ แค่อยากจะบอกว่าสมัยนี้การใช้งาน Email นั้นช่างง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะสามารถใช้ได้แทบจะทุกที่เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะผ่านทาง Computer โดยใช้โปรแกรมเช็คเมล์ยอดนิยมอย่าง Microsoft Outlook หรือจะเข้าผ่านเวปโดยใช้โปรแกรม Internet Explorer แต่ถ้าหากอยู่นอกบ้านก็สามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเมล์เข้ากับมือถือเช่น BlackBerry Mail หรืออาจจะเข้าผ่านทางหน้าเวปผ่านทางมือถือ

ทีนี้ประเด็นที่ผมจะยกมาพูดวันนี้ก็คือเรื่องของการใช้งาน Email บนมือถือ ว่า การตั้งค่าเมล์เข้ากับมือถือเลย (Mail App) หรือว่าเปิดเช็คเมล์ผ่านเวปในมือถือนั้น (Web Mail) อะไรดีกว่ากันครับ

โดยผมจะพูดถึงการใช้งาน Mail App ก่อนนะครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร ไอ Mail App เนี่ย ท่านที่ใช้ Smartphone อยู่อาจจะไม่งงเท่าไหร่ แต่ถ้าท่านที่ยังไม่เคยใช้ Smartphone ก็อาจจะงงเล็กน้อย ขอบอกว่าไม่ต้องงงครับผม Mail App เนี่ยมันก็คือโปรแกรมสำหรับใช้งาน Email ที่ติดตั้งมาในโทรศัพท์มือถือเลย (บางรุ่นอาจจะต้องลงเพิ่มเอง) ซึ่งก่อนที่จะใช้งาน Mail App เนี่ย เริ่มแรกเมื่อท่านเปิดมันขึ้นมา ส่วนใหญ่มันก็จะถามให้ท่านตั้งค่า Email ที่ท่านใช้งานอยู่ โดยมันจะให้เราเลือกว่าใช้งาน Email ของที่ไหนอยู่ แล้วก็มีให้กรอก Username กับ Password ของเมล์นั้นๆ เมื่อทำเสร็จแล้วถึงจะใช้งาน Email บนมือถือได้


กรณี iPhone ก็จะมีโปรแกรมชื่อ Mail ติดมาให้เพื่อใช้งาน Email


ถ้าเป็น iPhone เมื่อเปิดเข้าไปใน Mail App ครั้งแรก ก็จะพบกับหน้าให้ตั้งค่า Email

ถ้าเป็น Android ก็จะมี App ชื่อ Gmail หรือ Email ติดมาให้ และถ้าเป็น BlackBerry ก็จะเป็นประมาณว่า Email Settings ครับ (จำบ่ได้)

ส่วน Web Mail ก็จะเป็นการเช็คเมล์ผ่านทางหน้าเวปนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ให้บริการ Email หลายๆ เจ้าก็ได้พัฒนาหน้าเวปพิเศษสำหรับการเข้าใช้งานผ่านมือถือขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้วย และบางเจ้าทำดีมากขนาดที่นึกว่ากำลังใช้งาน Mail App อยู่เลยทีเดียว


ตัวอย่าง Web Mail ของ Gmail

ต่อมาผมก็จะพูดถึงข้อดี และข้อเสียของ Mail App ให้ทุกท่านฟังนะครับ

ข้อดีของ Mail App

  1. ใช้งานง่าย สะดวก กดเปิดโปรแกรมก็พร้อมใช้งานรับ-ส่ง Email ได้ทันที
  2. สามารถตั้งเวลาให้เช็ค Email อัตโนมัติได้ อาจจะตั้งว่าให้เช็คทุก 15 นาที หรือ 30 นาทีก็แล้วแต่ท่านจะเลือก (ยิ่งเช็คถี่ก็ยิงเปลืองเนตนะครับ) หรือบางเมล์ก็จะสามารถตั้งค่าเป็น Push Mail ได้ด้วย (Push Mail คือระบบการเช็คเมล์แบบ Realtime เมื่อมีคนส่งเมล์หาเราปุ๊บ เราก็จะได้รับเมล์ที่มือถือเราปั๊บทันที ไม่ต้องรอให้เครื่องมันเช็คเองทุกๆ 15 หรือ 30 นาทีตามที่เราตั้งเอาไว้) ซึ่งระบบ Push Mail นี่แหล่ะที่เป็นจุดเด่นของ BlackBerry เพราะสามารถทำให้ทุก Email เป็น Push Mail ได้หมด ในขณะที Android และ iPhone จะทำได้แค่บางเมล์
  3. ข้อมูลเมล์ที่รับเข้ามาทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ในมือถือของเราหมด ฉะนั้นเมื่อรับเมล์เข้ามาแล้ว และไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มี Internet ท่านก็ยังสามารถเปิดอ่านเมล์นั้นได้โดยไม่มีปัญหาอะไร รวมถึงไฟล์แนบต่างๆ พวก Word, PDF, และรูปภาพต่างๆ ด้วย
  4. ข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อต่างๆ เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับตัวโทรศัพท์ เนื่องจากสามารถดึงข้อมูลมาจาก Contacts ที่เราเก็บไว้ในเครื่องได้ เวลาจะส่งเมล์หาใครก็แค่พิมพ์ชื่อคนที่ต้องการส่ง ข้อมูล Email Address ของเค้าก็จะแสดงขึ้นมาเอง

ข้อเสียของ Mail App

  1. การตั้งค่าที่ยุ่งยากสำหรับบางเมล์ โดยเฉพาะเมล์ของบริษัทต่างๆ ถ้าไม่รู้ค่าเลย หรือรู้ค่าผิดมา จะไม่มีทางตั้งค่าได้เลย และก็มีเมล์ของบางที่ไม่รองรับการตั้งค่าบนมือถือเลยก็มี
  2. จำนวนปริมาณข้อมูลที่ใช้จะค่อนข้างมาก เพราะมันจะคอยเช็คเมล์อยู่ตลอดเวลา และยิ่งถ้าตอนเช็คไปเจอเมล์ที่มีไฟล์แนบใหญ่ๆ มาด้วยก็ยิ่งทำให้ดาวน์โหลดนานและเปลืองแพ็คเกจ Internet ที่สมัครเอาไว้มาก ฉะนั้นใครที่ไม่ได้สมัครแพ็คเกจ Internet สำหรับมือถือเอาไว้ หรือสมัครเป็นแพ็คเกจขนาดเล็กเอาไว้ รับรองได้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินตามมามากมายแน่นอน
  3. ถ้าเมล์ที่ตั้งไว้เป็นแบบ POP Mail จะพบปัญหาเรื่องข้อมูลเมล์ในโทรศัพท์กับบน Server ไม่ค่อยซิงค์กัน เช่นลบเมล์บนโทรศัพท์ไปแล้ว แต่พอเข้าไปดูในเวปก็ยังอยู่ หรือ อ่านเมล์ไปจากในโทรศัพท์ไปเรียบร้อยแล้ว พอเข้าไปในเวปก็ยังเห็นว่าเมล์นี้ยังไม่ได้อ่าน เป็นต้น (ถ้าเมล์เป็นแบบ IMAP หรือ Exchange จะไม่มีปัญหานี้)
  4. การ Forward หรือส่งต่อ Email ที่มีไฟล์แนบขนาดใหญ่นั้น เป็นเรื่องที่ลำบากมาก เนื่องจากตอน Forward มันจะทำการส่งข้อมูลไฟล์แนบทั้งหมดออกจากเครื่องของท่านเพื่อส่งต่อไปยัง Email ปลายทางของผู้รับ ฉะนั้นถ้าเจอไฟล์แนบขนาดใหญ่ๆ หลายๆ MB อาจจะใช้เวลา Forward กันทีนึงครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว (ซึ่งบางครั้งมันก็ Error ก่อนจะส่งสำเร็จ ทำให้ต้องเริ่มส่งกันใหม่)


ใน iPhone จะมีการถามก่อนเวลาจะ Forward เมล์ที่มีไฟล์แนบว่าจะส่งไฟล์แนบไปด้วยรึเปล่า

ข้อดีข้อเสียของ Mail App ที่ผมนึกได้ตอนนี้ก็มีประมาณนี้ล่ะครับ ต่อไปก็จะพูดถึงเรื่องข้อดีและข้อเสียของ Web Mail กันต่อ เพื่อให้ทุกท่านได้เปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่ากัน

ข้อดีของ Web Mail

  1. ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าอะไรให้วุ่นวาย แค่เปิดเวปขึ้นมาก็สามารถรับ-ส่ง Email ได้เลย (ถ้ายืมมือถือคนอื่นเช็ค ตอนก่อนคืนก็อย่าลืม Sign out ออกด้วยนะครับ ไม่งั้นเค้าแอบเปิดอ่านได้นะเออ)
  2. สามารถเข้าถึง Email ได้แทบจะทุกที่ทุกเวลาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมือถือสมัยใหม่นี้ แทบจะทุกเครื่องสามารถเปิดเวปได้หมด (แต่เปิดแล้วสวยไม่สวยอีกเรื่องนะครับ)
  3. ข้อมูลเมล์จะแสดงตรงกันเป๊ะ 100% เวลาดูผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์ เมล์ไหนอ่านแล้วก็จะขึ้นอ่านแล้ว เมล์ไหนลบแล้วก็จะลบแล้ว
  4. กินปริมาณข้อมูลที่ใช้งานไม่มาก จะนับแค่ตอนเปิดเวปเช็คเมล์เท่านั้น และไม่ต้องกังวลเรื่อง Email ที่มีไฟล์แนบใหญ่ๆ ด้วย เพราะว่ามันไม่ได้โหลดมาเก็บไว้ในมือถือเราเลย แค่จะแสดงขึ้นมาว่าเมล์นั้นๆ มีไฟล์แนบเฉยๆ พร้อมกับเป็นลิงค์ให้เรากดเข้าไปดูได้ (ถ้ากดเมื่อไหร่ก็เริ่มดาวน์โหลดเยอะเมื่อนั้นแล)
  5. และเนื่องจากข้อมูลไฟล์แนบไม่ได้จำเป็นต้องโหลดมาเก็บไว้ในมือถือเพื่อแสดงผลเลย เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเอาไว้บน Server หมด ฉะนั้นเรื่องการ Forward เมล์ที่มีไฟล์ใหญ่ๆ (เล็กๆ ก็ได้) จึงเป็นเรื่องที่สะดวกและรวดเร็วมาก ประมาณว่ากดปุ๊บ ส่งเสร็จปั๊บทันที ไม่ต้องรอให้เครื่องเราส่งข้อมูลไฟล์แนบอะไรออกไปทั้งสิ้น


ตัวอย่างเมล์ที่มีไฟล์แนบเมื่อเปิดดูใน Web Mail ของ Gmail

ข้อเสียของ Web Mail

  1. เมล์จะไม่เช็คอัตโนมัติ ถ้าเราไม่เปิดเข้าไปดูในเวป เราก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าใครส่งเมล์มาบ้าง (นอกจากมีคนโทรมาจิกบอกให้เช็คเมล์ -_-‘)
  2. Web Mail ของบางที่อาจจะใช้งานยุ่งยากเมื่อใช้งานผ่านมือถือ อาจจะต้องทำให้ต้องคอยซูมเข้าซูมออกตลอดเวลาขณะใช้งาน
  3. ข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อที่อยู่ใน Contacts เราจะไม่ลิงค์กับในเวป ฉะนั้นถ้านึก Email ใครไม่ออก ก็ต้องไปไล่เปิดดูให้เรียบร้อย แล้วก็จำหรือทำการ Copy มาแปะ
  4. หากไม่มีเนต ก็จะไม่สามารถเปิดอ่านเมล์ใดๆ ได้เลย เพราะข้อมูลไม่ได้ถูกเก็บไว้ในเครื่อง ต้องเปิดอ่านบนเวปเท่านั้น (แต่ด้วยเทคโนโลยี HTML 5 ทำให้ Web Mail ของบางที่สามารถทำให้เราเปิดดูเมล์ที่เคยเปิดดูแล้วได้แม้ไม่ได้ต่อเนตอยู่)

สรุป Mail App vs Web Mail อะไรเจ๋งกว่ากัน ?

ถ้าทุกท่านอ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะพอเข้าใจแล้วว่าสองตัวนี้มันไม่มีอะไรเจ๋งกว่ากัน เพราะแต่ละตัวก็จะเจ๋งในโอกาสที่ต่างกันไป แต่ถ้าถามความเห็นผมซึ่งเป็นคนใช้ Email ในมือถือค่อนข้างเยอะแล้ว ผมก็จะขอบอกว่า ถ้าเป็นโอกาสปกติก็ใช้ Mail App ไป (แต่ต้องมีแพ็คเกจ Internet สำหรับมือถือนะ) แต่ตราบใดที่ต้องการจะ Forward เมล์ที่มีไฟล์แนบใหญ่ๆ ก็ไปใช้ Web Mail แทนครับ หรืออีกกรณีนึงก็คือกรณีที่มือถือเราอาจจะเสีย เนตเล่นไม่ได้ แบตหมด แล้วต้องการเช็คเมล์ด่วน ก็คงแนะนำว่ายืมมือถือเพื่อน (หรือเดินไปใช้เครื่องโชว์ตามหน้าร้าน ^_^) แล้วก็เช็คเมล์ผ่าน Web Mail ซะ จากนั้นก็ Sign out ออก ทุกอย่างก็จะดีเอง…

แถมท้ายความเร็ว dtac 3G ที่วัดด้วย iPhone 3GS (ถ้าเนตเร็วแบบนี้ทั่วไทยนะ ผมจะไม่เข้า Web Mail เลยล่ะ นอกจากไฟล์ที่ต้องการ Forward จะใหญ่จริงๆ)

@Bankja

Join the Conversation

5 Comments

  1. ทำไมถึงได้ใช้ dtac 3G ด้วยล่ะครับ

    1. เป็นซิมทดสอบที่เค้าแจกตอนแรกๆ เลยครับ เอามาปัดฝุ่นลองเล่นซักหน่อย :)

  2. ได้เจอตัวเป็นๆ Bankja ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ จะลองใช้ดู แต่ตอนนี้กำลังหา ipad2 อีกตัว ยังหาไม่ได้

    1. ยินดีที่ได้เจอกับพี่หยูเช่นกันครับ :)

  3. ได้มาแล้วipad2 ที่ร้าน. banana
    ให้ซื้อคนละ1ตัวเท่านั้น

Leave a comment

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.