ตามล่า iPhone สุดขอบเมืองด้วย Find My iPhone ภาค 1

เรื่องที่ท่านกำลังจะได้อ่านนี้เป็นเรื่องจริง ไม่อิงนิยายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากผมเคยอ่านข่าวว่าต่างประเทศมีการจับโจรขโมยโทรศัพท์ด้วยระบบ Find My iPhone มาแล้ว ผมก็เลยไม่น้อยหน้าบ้าง (ผมเชื่อว่าผมเป็นคนแรกในประเทศไทยนะ ถ้าใครมี หรือรู้จักคนที่มีประสบการณ์นี้ก่อนผม ช่วยบอกที) อย่าเกริ่นกันยาวเลยดีกว่า เริ่มเลยละกัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2552 นะครับ เริ่มมาจากน้องชายผมเค้าไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เค้า แล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน เลยไปค้างหอเพื่อนของเพื่อนอีกทีนึง พอตื่นเที่ยงขึ้นมาก็พบว่า iPhone 3G by True ที่วางไว้ด้านหัวที่นอน ก่อนจะหลับไปได้หายไปแล้ว พอน้องชายผมรู้ตัว ก็รีบหาเครื่องพร้อมทั้งถามเพื่อนที่นอนด้วยกันว่ามีใครเห็นบ้าง ก็ได้ความว่าไม่มีใครรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้น น้องผมจึงสรุปได้ในใจว่า “โทรศัพท์กูโดนขโมยแน่ๆ”

เนื่องจากน้องชายผม (ต่อไปจะเรียกว่า “น้องบลู”) ยังอ่อนต่อโลกนี้นัก จึงทำอะไรไม่ถูก ก็เลยนักแท๊กซี่กลับมาบ้านเพื่อเล่าให้แม่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น (น้องไม่กล้าเล่าให้ผมฟัง เพราะว่าโทรศัพท์เครื่องนี้ผมเป็นคนให้เค้าเอง) แต่สุดท้ายแม่ก็ต้องมาเล่าให้ผมฟังอยู่ดี จากนั้นผมก็ยกครอบครัวกันไปเลยทีเดียว โดยให้น้องโทรเรียกคนที่ไปนอนด้วยกันทั้งหมดไปรวมกันที่หอที่เกิดเหตุ

ระหว่างทางไปผมก็สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ก็ได้ความว่าคืนที่เกิดเหตุมีน้องบลู เพื่อนอีก 4 คน (หนึ่งในนี้เป็นน้องชายของเจ้าของห้อง) พี่สาวเพื่อน (เจ้าของห้อง) และแฟนของพี่สาวเพื่อน สรุปแล้วมีผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 6 คน

พอผมไปถึงที่นั่น แฟนพี่สาวเจ้าของห้องก็ไม่อยู่แล้ว ก็เลยเหลือคนที่จะเค้นเอาเครื่องคืนได้แค่ 5 คน ผมก็เริ่มจากเด็ก 4 คนก่อน เพราะน่าสงสัยที่สุด ขั้นตอนการเค้นเครื่องคืนของผมท่านจะบอกว่าใจดีเกินไปก็คงได้ เพราะตอนนั้นใจผมอยากจะให้โอกาสเด็กอย่างเดียว อยากให้เค้าได้กลับตัว เริ่มแรกผมก็คุยกันดีๆ ก่อนว่าใครเอาไปให้เอามาคืน เพราะสิ่งที่ทำไปนั้นมันเป็นสิ่งไม่ถูก กลับตัวตอนนี้ยังทัน จะไม่ว่าอะไร เพราะถ้าไม่เอาคืนนั้น เรื่องถึงตำรวจจะทำให้เสียประวัติได้ แต่ผลที่ได้คือไม่มีใครยอมรับอยู่ดี

ผมจึงคิดว่าถ้าเด็กๆ อยู่รวมกัน 4 คน อาจจะมีคนอายจนไม่กล้ายอมรับ ผมจึงได้เดินห่างออกมาไกลๆ แล้วเรียกเด็กเข้ามาคุยทีละคน หวังให้เค้าสารภาพ แต่ผลที่ได้ก็ยังไม่เป็นตามหวังอยู่ดี ไม่มีใครยอมรับซักคน ผมจึงเริ่มขู่เด็กว่าเครื่องที่เอาไปนั้นผมติดตามระบบค้นหาตำแหน่งเอาไว้ ถึงขโมยไปก็เอาไปใช้ไม่ได้อยู่ดี เพราะถ้าเปิดเครื่องปุ๊บ ผมจะรู้ทันทีว่าเครื่องอยู่ที่ไหน พร้อมทั้งโชว์การหาตำแหน่งเครื่อง iPhone 3GS ของผมให้เค้าดูด้วยบริการ Find My iPhone แต่ก็ยังไม่เป็นผล ไม่มีใครยอมรับอยู่ดี

เมื่อไม่มีใครรับ ผมเลยขอเด็กที่เป็นน้องชายเจ้าของห้องว่าอยากจะขอดูห้องหน่อย จะสะดวกมั๊ย เค้าก็โอเคแล้วพาผมขึ้นไปดู พอเข้าไปในห้องก็พบพี่สาวเค้าอยู่ข้างใน ก็เลยขออนุญาตค้นห้องเพื่อหาเครื่องหน่อย ซึ่งพี่สาวเค้าก็ยอมให้ค้น แต่สุดท้ายผมก็ไม่เจอเบาะแสใดๆ จึงได้ทำการบอกพี่สาวถึงเรื่องที่ผมสามารถตามตำแหน่งได้หากขโมยเครื่องไป และเค้าก็บอกว่าไม่ได้เอาไป พร้อมทั้งแนะนำให้ไปแจ้งความดีกว่าเพื่อความสบายใจของเค้าเองด้วย

และเมื่อไม่มีใครยอมรับว่าเอาไป สุดท้ายก็เลยต้องไปแจ้งความกันจริงๆ โดยยกกันไปโรงพักทุกคน โดยมีแฟนเจ้าของห้องตามไปที่โรงพักด้วย สรุปคือไปกันพร้อมหน้าเลยทีเดียว ทางตำรวจก็ได้ทำการสอบถามเบื้องต้น พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วก็ออกใบแจ้งความมาให้ แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านนั้น ผมยังยื่นโอกาสสุดท้ายให้คนที่ขโมยไปได้กลับตัว นั่นคือ ผมเขียนที่อยู่บ้านของผมใส่กระดาษ แล้วเอาไปแจกให้ผู้ต้องสงสัยทุกท่าน พร้อมทั้งบอกว่าหากเอาเครื่องไป แต่อายที่จะสารภาพกันตอนนี้ ก็ส่งเครื่องกลับมาให้ผมทางไปรษณีย์ก็ได้ แล้วผมจะไม่เอาความใดๆ (จริงๆ มันเป็นคดีอาญา ยอมความกันไม่ได้) จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนผมและครอบครัวก็ยังคงงงกันต่อไปว่าใครนะมันช่างกล้าเอาเครื่องไป…

Join the Conversation

1 Comment

Leave a comment

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.