BlackBerry – โปรแกรมที่ควรมี

ท่านใดใช้ BlackBerry รบกวนแนะนำโปรแกรมตามนี้เลยนะครับ ขอบคุณครับ

  1. เล่นเวป
  2. E-Mail
  3. จัดการเอกสาร (Word, Excel)
  4. Twitter
  5. Facebook
  6. Instant Messeger (MSN, Yahoo)
  7. Tasks Management
  8. จัดการด้านเวลาและนัดหมาย
  9. โปรแกรมบัญชีส่วนตัว
  10. อะไรก็ได้ที่อยากจะแนะนำสุดๆ พร้อมความสามารถว่าไว้ทำอะไร

Android – โปรแกรมที่ควรมี

ท่านใดใช้ Android รบกวนแนะนำโปรแกรมตามนี้เลยนะครับ ขอบคุณครับ

  1. เล่นเวป
  2. E-Mail
  3. จัดการเอกสาร (Word, Excel)
  4. Twitter
  5. Facebook
  6. Instant Messeger (MSN, Yahoo)
  7. Tasks Management
  8. จัดการด้านเวลาและนัดหมาย
  9. โปรแกรมบัญชีส่วนตัว
  10. อะไรก็ได้ที่อยากจะแนะนำสุดๆ พร้อมความสามารถว่าไว้ทำอะไร

โปรแกรมที่ควรมีบน Smartphone รุ่นต่างๆ

ท่านใดที่ใช้มือถือ Smartphone อยู่ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android, BlackBerry, iPhone, Symbian, และ Windows Mobile (เรียงตามตัวอักษรนะครับ ไม่ได้เชียร์ค่ายไหน ประโยคนี้เอาไว้กันสาวก) ผมอยากจะขอความร่วมมือช่วยแนะนำโปรแกรมที่ใช้งานด้านต่อไปนี้หน่อยนะครับ

  1. เล่นเวป
  2. E-Mail
  3. จัดการเอกสาร (Word, Excel)
  4. Twitter
  5. Facebook
  6. Instant Messeger (MSN, Yahoo)
  7. Tasks Management
  8. จัดการด้านเวลาและนัดหมาย
  9. โปรแกรมบัญชีส่วนตัว
  10. อะไรก็ได้ที่อยากจะแนะนำสุดๆ พร้อมความสามารถว่าไว้ทำอะไร

ที่อยากจะรวบรวมตรงนี้ก็เพราะว่าผมอยากจะทำตารางสรุปโปรแกรมต่างๆ บนมือถือแต่ละระบบ ว่าถ้าต้องการใช้งานแต่ละด้านบนมือถือระบบต่างๆ ต้องใช้โปรแกรมอะไร เพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านเวลาจะเปลี่ยนมือถือใหม่ครับ

ผมจะแบ่งออกเป็นหน้าย่อยๆ นะครับ รบกวนโพสให้ถูกแต่ละหน้าด้วย เพื่อการรวบรวมข้อมูลที่รวดเร็วขึ้นครับ

  1. Android
  2. BlackBerry
  3. iPhone
  4. Symbian
  5. Windows Mobile

ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าครับผม

การใช้งาน Find My iPhone

มาแล้วครับ สำหรับบทความการใช้งาน Find My iPhone ที่หลายๆ ท่านสงสัย ว่าต้องทำยังไงถึงจะใช้งานระบบนี้ได้ และมันเสียเงินหรือไม่? ขอตอบตรงนี้ก่อนเลยว่าเสียเงินครับ ส่วนเสียเท่าไหร่นั้น เดี๋ยวว่ากันข้างล่างสุดนะครับ

mobileme

Find My iPhone นั้นเป็นบริการย่อยที่อยู่ในบริการ MobileMe ของ Apple นะครับ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับ MobileMe นั้นผมจะไม่ขอพูดถึงนะครับ ผมจะพูดถึงแค่การใช้งาน Find My iPhone อย่างเดียว (สำหรับ MobileMe ดูรายละเอียดที่ http://www.apple.com/mobileme มี Free Trial 60 ด้วยนะ!)

find-my-iphone-for-lost-or-stolen-iphones

การจะใช้ Find My iPhone ได้นั้น เราต้องทำการเพิ่ม Account ของ MobileMe เข้าไปใน iPhone ของเราก่อน และ iPhone ที่จะใช้งานได้นั้นต้องมีการเชื่อมต่อกับ Internet อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นถ้าใครจะใช้งานจุดนี้ รบกวนอย่าตั้งปิด EDGE/3G และตรวจสอบโปรโมชั่นของท่านก่อนด้วย ห้ามใช้แบบที่นับเป็นชั่วโมงเด็ดขาด (AIS ดูหน้านี้ครับ ส่วน DTAC กับ TRUE ต้องแบบ Unlimited เท่านั้น) และแม้จะมีการเปลี่ยนซิมที่ใช้งานแล้ว ก็จะยังใช้งาน Find My iPhone ได้อยู่ดีเพราะมันก็จะใช้ซิมใหม่นี้ทำการเชื่อมต่อ Internet ครับ

img_0334

พอเสร็จเรียบร้อย เราก็เข้าไปทำการเปิด Find My iPhone ซึ่งจะอยู่ในส่วนของ Mail Settings ซะ

img_0333

หลังจากเสร็จขั้นตอนนี้แล้ว เครื่อง iPhone ของเราก็พร้อมที่จะบอกตำแหน่งเมื่อเราต้องการดูได้แล้ว เพียงแต่ว่าถ้า เป็น iPhone Classic นั้นจะไม่สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำเท่า 3G หรือ 3GS นะครับ เนื่องจากในตัว Classic นั้นใช้การหาตำแหน่งจากการคำนวณระยะห่างของเสาสัญญาณมือถือ (Triangular อะไรซักอย่าง) ซึ่งจะไม่แม่นยำเท่าการใช้ชิพ GPS ในการระบุตำแหน่งครับ แต่ถ้า 3G หรือ 3GS อยู่ในอาคารหรือสถานที่ๆ ตัว iPhone ไม่สามารถจับสัญญาณ GPS ได้ มันก็จะใช้การคำนวณตำแหน่งจากเสาสัญญาณมือถือแทนเหมือนกันครับ

เวลาที่เราต้องการจะใช้งาน Find My iPhone ก่อนอื่นเราก็ล็อคอินเข้าไปในเวปของ MobileMe ที่ http://www.me.com ก่อน หลังจากเข้าไปแล้ว ด้านซ้ายบนจะมีเมนูต่างๆ ให้เลือกมากมาย ซึ่งผมก็จะไม่อธิบายอะไรตรงนี้มากเช่นกัน

screen-shot-2009-10-01-at-01-03-41
Mail – Contacts – Calendar – Photo – iDisk – Settings

Find My iPhone นี้จะอยู่ในส่วนของ Settings ครับ

screen-shot-2009-10-01-at-01-04-12

พอกดเข้าไปแล้วก็จะขึ้นหน้าตาประมาณภาพด้านล่างนี้ครับ * ขอเสริมหน่อยว่า MobileMe 1 Account สามารถตั้ง Find My iPhone ได้หลายเครื่องนะครับ แต่ไม่ทราบว่ามีจำกัดไว้กี่เครื่องรึเปล่า ถ้าใครมีข้อมูลรบกวนบอกกันหน่อยนะครับ ส่วนของผมตั้งอยู่ 3 เครื่องครับ *

screen-shot-2009-10-01-at-01-05-03

จากภาพนี่มัน บอกว่าเครื่องผมปิด และหาตำแหน่งไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเครื่องเปิดอยู่นะครับ สงสัยมันจะเอ๋อกันนิดหน่อย แต่หลังจากถ่ายภาพนี้ได้ไม่นาน แล้วลอง Refresh ใหม่ เครื่องก็กลับมาออนไลน์ปกติครับ แต่ที่เอาภาพนี้มาให้ดูเพื่อจะบอกว่าบางที Find My iPhone มันก็มีเอ๋อกันได้บ้างครับ

ปุ่มหลักๆ ที่กดใช้งานได้จะมีอยู่ 3 ปุ่มคือ

1. Update Location – ปุ่มนี้ก็ตรงตัวครับ เผื่ออยากจะอัพเดทตำแหน่งให้ปัจจุบันมากขึ้นกว่าที่มันแสดงอยู่ ซึ่งปุ่มนี้ต้องใช้เวลาซักพักถึงจะกดได้นะครับ ประมาณว่ารอมันหาจนเสร็จก่อนรอบนึง แล้วเราถึงจะกดได้

2. Display a Message – อันนี้เอาไว้ส่งข้อความเข้าไปในเครื่องครับ โดยจะสามารถเลือกได้ว่าจะแสดงข้อความอย่างเดียว หรือแสดงพร้อมมีเสียงเตือนด้วย

screen-shot-2009-10-01-at-01-09-56

หลังจากส่งเข้าไปแล้ว ถ้าเครื่อง iPhone ได้รับข้อความ ก็จะแสดงผลตามภาพนี้ (ปิด Wifi อยู่นะ)

img_0331

และถึงแม้จะ Slide to Unlock เข้าไปแล้ว ข้อความก็จะยังไม่หายทันที จะยังแสดงผลอยู่ต่อจนกว่าจะกด Ok ซึ่งพอกดแล้วข้อความก็จะหายวับไปทันที ไม่มีทางที่จะให้คนที่ใช้เครื่องอยู่ตอนนั้นสามารถเปิดดูซ้ำได้อีก ฉะนั้นถ้าส่งเบอร์เข้าไปแล้วเค้ากด Ok ไปก่อนที่จะจดหรือจำเบอร์ได้ มันก็จะหายไปทันที (อาจจะต้องส่งหลายรอบหน่อย ก่อนที่เค้าจะจับเคล็ดได้)

img_0332

และหลังจากที่ iPhone ได้รับข้อความนี้แล้ว ทาง MobileMe ก็จะส่ง E-Mail เข้าไปที่ username@me.com ของเราทันทีเพื่อยืนยันการรับข้อความ โดยเมล์ที่ส่งจะส่งมาหน้าตาแบบนี้ครับ

screen-shot-2009-10-01-at-01-11-36

3. Remote Wipe – เป็นปุ่มสั่งลบข้อมูลทุกอย่างที่อยู่ในเครื่อง รวมทั้งค่า Settings ต่างๆ ด้วย โดยเครื่องจะกลายเป็นเหมือนเครื่องใหม่แกะกล่องเลย ไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น และจะไม่สามารถใช้ Find My iPhone ตามได้อีกต่อไป เอาไว้สำหรับคนที่มีข้อมูลสำคัญและไม่อยากให้รั่วไหลไปครับ

screen-shot-2009-10-01-at-01-14-48
(เวรกรรม กดผิดเครื่อง ไปกดเครื่องแฟนเฉย แต่ก็ยังดีที่มันยังไม่ได้ลบไป สยอง!!)

แต่สำหรับ Firmware 3.1 ขึ้นไป จะมีปุ่มใหม่เพิ่มขึ้นมานั่นคือ Remote Lock พอกดแล้วก็จะขึ้นหน้าต่างให้เราตั้งรหัสที่จะใช้เพื่อปลดล็อคเครื่องครับ

screen-shot-2009-10-01-at-01-05-23

screen-shot-2009-10-01-at-01-19-26

ก็คงจะจบการ อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ Find My iPhone เพียงเท่านี้ ไม่รู้ว่าละเอียดมากไป หรือน้อยไปยังไงก็บอกกันได้นะครับ จะได้นำไปปรับปรุงในครั้งหน้า

ทีนี้ก็มาถึง เรื่องของราคาจะมีให้เลือก 2 แบบคือแบบ Individual และ Family Pack โดยทั้ง 2 แบบนี้จะจ่ายเป็นรายปีทั้งคู่นะครับ ใครอยากทดลองก็เข้าไปสมัคร Free Trial 60 วันก่อนก็ได้ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเสียเงินกับมันดีมั๊ยอีกทีครับ

  1. Individual – เป็นการสมัครใช้งานคนเดียวราคาอยู่ที่ $99/ปี จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลให้รวมทั้งหมด 20GB
  2. Family Pack – อันนี้เป็นแบบที่ผมใช้อยู่ครับ ใน Pack นี้จะมี Individual + 4 Members โดย 4 Members นี้จะได้พื้นที่เก็บข้อมูลคนละ 5GB ครับ ราคาอยู่ที่ $149/ปี ถ้าลงขันกันซื้อก็ตกคนละประมาณ 1,000 บาท/ปี ครับ

รายละเอียดส่วนราคาตรงนี้ดูเพิ่มได้ที่ http://www.apple.com/mobileme/pricing ครับ

แต่ ถ้าท่านหาใน Google ดีๆ ผมเห็นมีตัวแทนจำหน่าย (อย่างไม่เป็นทางการ) ในไทยที่ขาย Family Member อยู่ที่ประมาณ 850 บาท/ปี ครับ ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่าคุ้มนะครับได้ทั้ง Push Mail, Push Contacts, Push Calendar และอื่นๆ อีกนิดหน่อย

เอวัง…

MosKillTo เกมบนไอโฟนของคนไทย

เกมนี้สร้างโดยคุณ nuuneoi (เนย) ครับ เป็นเกมฝีมือคนไทยแท้ๆ 100% เคยได้รางวัล Grand Prize Award Winning Game จาก SIPA มาแล้ว ถ้าใครมี iPhone ก็ช่วยกันอุดหนุนกันหน่อยนะครับ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

Image

Image

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.moskillto.com

iTunes Link: http://itunes.apple.com/WebObjects/MZStore.woa/wa/viewSoftware?id=332452596&mt=8